กาแฟช่วงเช้าให้ผลดีกว่าการได้รับคาเฟอีนตอนเช้าตรู่!

การที่เราหวังพึ่งคาเฟอีนเพื่อที่จะทำให้เราตื่นตัวมากขึ้นในตอนเช้า อาจจะเป็นการเสียเวลาเปล่าๆ

สำหรับคนออสเตรเลียนั้น ตอนเช้าหมายถึงกาแฟ และสิ่งดีๆใน 1 แก้วนั้นเป็นกุญแจสำคัญของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

แต่ในขณะที่คนหลายหมื่นคนพึ่งพากับกาแฟแล้วแรก เพื่อที่จะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น พวกเขาอาจจะต้องรอ 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้คาเฟอีนออกฤทธิ์

ผลของคาเฟอีนนั้นเกิดขึ้นโดยธรรมชาติอยู่แล้วในตอนเช้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดีที่จะชะลอกาแฟแก้วแรกของคุณ

ร่างกายของเราผลิตคอร์ติซอล – ฮอร์โมนตัวนี้มีบทบาทที่สำคัญในการควบคุมวงจรการนอน/การตื่นนอน ในท่ามกลางหลายๆสิ่งนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแรกสุดในตอนเช้า

“ในส่วนของคอร์ติซอลนั้น ความจริงแล้วก็เหมือนว่าร่างกายของเรามีเครื่องผลิตกาแฟภายในตัวอยู่แล้ว” ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ด แชมป์เปี้ยน จากมหาวิทยาลัยแมกควารี่ ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิก อธิบายไว้

“คนส่วนมากที่ดื่มกาแฟจะเกิดการกระตุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (ภายใน 20 นาที) ซึ่งจะคล้ายกับของการผลิตคอร์ติซอล ซึ่งทั้งคาเฟอีนและคอร์ติซอลมีปฏิกิริยายากับระบบประสาทซิมพาเทติก กระตุ้นการผลิตและปฏิกิริยาของสารสื่อประสาท เช่น อะดรีนาลิน”

การได้รับคาเฟอีนมากเกินไปจะทำให้ฮอร์โมนแย่ลง

ศาสตราจารย์แชมป์เปี้ยนเคยรักษาคนไข้ที่ลำบากในการจัดการกับการตื่นตัว  ในฐานะนักวิทยาต่อมไร้ท่อ เขามุ่งมั่นกับสภาพทางการแพทย์ซึ่งเชื่อมโยงกับความไม่สมดุลชอง 200 ฮอร์โมนในร่างกายมนุษย์และอื่นๆที่กระทบกับการนอนของเรา

เมื่อฮอร์โมนของเราทำงานปกติ จำนวนของคอร์ติซอลเพิ่มขึ้นและลดลงตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แต่คอร์ติซอลดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าตั้งแต่ตี 5 และสูงสุดประมาน 8 โมงเช้า และมีจำนวนน้อยที่สุดช่วงประมานเที่ยงคืนถึงตี 3 ศาสตราจารย์แชมป์เปี้ยนอธิบาย

โครงสร้างทางสังคมหมายถึง คนบางส่วนตามจังหวะของธรรมชาติที่พระอาทิตย์ขึ้นและเข้านอนเร็วหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน แต่ว่าระดับฮอร์โมนของเรายังส่งผลสะท้อนให้เห็นในการปรับตัวในระยะยาว เขากล่าว

ผลของคาเฟอีนเกิดขึ้นโดยธรรมชาติอยู่แล้วในตอนเช้า ดังนั้นการบริโภคกาแฟทุกวันให้ช้าลงเป็นช่วงสายในตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายของคุณมีการกระตุ้นเมื่อคุณต้องการจริงๆ ซึ่งเกิดจากคอร์ติซอลมีระดับที่ลดลง

“เรามองไปที่สารเสพติด เช่น บุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างเคร่งเครียดมากขึ้นกว่าพวกชาและกาแฟ เพราะว่าพวกมันดูเหมือนว่าจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากกว่า” ศาสตราจารย์แชมป์เปี้ยนกล่าว

“แต่ผมมีคนไข้หลายคนที่มีการบริโภคคาเฟอีนในระดับสูงมากๆ ซึ่งส่วนมากมาจากเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน เปรียบเทียบได้กับว่าพวกเขาดื่มกาแฟ 20 แก้วต่อวัน และไม่แปลกใจเลยว่าพวกเขามีปัญหากับการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย และปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ อย่างเช่น อาการใจสั่น”

ศาสตราจารย์แชมป์เปี้ยนบอกว่าร่างกายของเราจะคุ้นเคยกับคาเฟอีนและในช่วงเวลาต่อไป (ขั้นตอนนี้รู้จักกันในชื่อ “ความอดทน”) คุณอาจจะต้องการเพิ่มมากขึ้นเพื่อที่จะได้ผลที่เท่าเดิม “มันเป็นหลักการเดียวกันกับฝิ่นที่ส่งผลกับการรับรู้ต่างๆของเรา – มันจะมีระดับที่ความรู้สึกนั้นลดลงและคุณจะต้องคอยเพิ่มปริมานนำเข้าเพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่เท่าเดิม” เขากล่าว

“เรารู้ว่าผลของคาเฟอีนจะส่งผลประมาน 30 นาทีและจะยังอยู่ถึง 6 ชั่วโมง ดังนั้นการจัดการเวลาในการบริโภคกาแฟรวมถึงปริมาณด้วยนั้นเป็นเรื่องของสามัญสำนึก”

อาการของการได้รับคาเฟอีนมากเกินไปบางครั้งจะส่งผลที่คล้ายคลึงกับความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เขากล่าวเพิ่มเติม

“เราตรวจสอบคนไข้ของเราเพื่อต้องการจะทราบว่าพวกเขาดื่มกาแฟไปมากเท่าไหร่ เพราะว่ามันจะไปทำให้อาการทรุดหนักขึ้นในส่วนของฮอร์โมนต่างๆที่มันไม่สมดุลกัน ตัวอย่างเช่น การทำงานมากเกินไปของต่อมไทรอยด์หรือต่อมหมวกไต”

ศาสตราจารย์แชมป์เปี้ยนบอกว่ามันสำคัญมากที่จะต้องจำได้ว่าคนแต่ละคนก็มีการตอบสนองจากผลของคาเฟอีนที่แตกต่างกันไป

การได้รับคาเฟอีนมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย แต่ในส่วนของการได้รับในปริมาณที่พอดีนั้น ก็ไม่ได้มีการเชื่อมโยงที่แน่นอนระหว่างการบริโภคที่เหมาะสมของกาแฟกับความเจ็บป่วยของร่างกาย เขากล่าว

“ผลการศึกษาส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าคาเฟอีนไม่มีผลกับการเจ็บป่วย และมีผลการศึกษาจำนวนหนึ่งที่แนะนำเรื่องประโยชน์ของการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ” เขาบอก “มันมีผลดีอย่างชัดเจนในเรื่องของอารมณ์ ความจำ ความเฉียบแหลมทางด้านปัญญา และความรู้ความเข้าใจต่างๆ – แต่ก็เหมือนกับทุกๆอย่างนั่นแหละ อะไรที่มากเกินไปมันก็จะไม่เกิดผลหรือเป็นอันตรายได้”

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *