องค์การสหประชาชาติ (United Nations) มอบรางวัลให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่

Emma Camp นักธรณีวิทยาทางทะเล เหมือนได้อยู่บ้านใต้น้ำอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความใสของทะเลรอบๆ แนวปะการัง Great Barrier Reef (แนวปะการังนอกชายฝั่งที่ยาวที่สุดในโลก) หรือจะเป็นความขุ่นของป่าชายเลนใน New Caledonia (ชื่อหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก) หลังจากการประกาศว่าเธอคือ 1 ใน 17 คน ผู้เป็นที่ยอมรับในศักยภาพในการขจัดความยากจน การป้องกันการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ในฐานะผู้นำองค์การสหประชาชาติรุ่นใหม่ ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่เธอทำมาตลอดเส้นทางของเธอจะนำพาเธอมาสู่สิ่งที่เธอต้องการเร็วกว่าที่เธอเคยคาดไว้

เป็นที่ทราบกันดีว่า Dr Camp ได้เข้าร่วมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ค ในสัปดาห์นี้ เพื่อสังเกตการณ์ การเปิดตัวเยาวชน 2030 United Nations Youth Strategy (ยุทธศาสตร์เยาวชนแห่งองค์กรสหประชาชาติ)  โดยเลขาธิการสหประชาชาติ และการเปิดตัว UNICEF’s Generation Unlimited Partnership โดย UNICEF

กลุ่มผู้นำรุ่นใหม่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำเยาวชน 17 คน ที่กำลังขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

Dr Camp และคณะ ผู้ถูกประกาศให้เป็นผู้นำเยาวชนกลุ่มที่สอง ตั้งแต่ปี 2016 จะได้มีโอกาสเข้าพบกับผู้นำประเทศ ผู้นำชุมชน ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้ที่มีอิทธิพลที่สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

ในขณะเดียวกัน หน้าที่ความรับผิดชอบนั้นก็ยังคงอยู่ ในวัย 31 ปี ของเธอ และเธอยังเป็นคนแรกที่เข้ามาที่ UTS ในฐานะผู้ได้รับทุน Endeavour Fellowship (ทุนวิจัยของรัฐบาลออสเตรเลีย) ในปี 2016 เพื่อมีส่วนร่วมใน The Future Reefs Research Program (โปรแกรมวิจัยปะการังใต้ทะเล) ในกลุ่ม The UTS Climate Change Cluster (กลุ่มผู้ทำงานและศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ) งานวิจัยของเธอ ค้นพบว่ามีปะการังอยู่ในสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศที่ไม่เหมาะสม ทั้งในน้ำที่อุณภูมิสูงและ ออกซิเจนต่ำ ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ได้ช่วยปรับปรุงการจัดการอุทยานใต้ทะเลในประเทศเซเชลส์, ประเทศนิวแคลิโดเนีย และ หมู่เกาะเคย์แมน มาแล้ว และยังเป็นเครื่องมือในการเพิ่มการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่ของปะกะรังใต้น้ำ เพื่อปกป้องความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะกะรังในอนาคต

การวิจัยปะการังของ Dr Camp ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในแต่ละวันมลพิษจากพลาสติก และการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนที่มีต่อสุขภาพของระบบนิเวศทางทะเล

เธอเชื่อว่าในขณะที่เธอทำงานเพื่อการคืนสภาพของปะการัง และการฟื้นฟูแนวปะการัง จะทำให้มีผู้ให้ความสนใจและตระหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น ในบางครั้งเธอก็ต้องการใช้บทบาทในการเป็นผู้นำองค์การสหประชาชาติรุ่นใหม่เพื่อปราศรัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจและตระหนักถึงความเชื่อมโยงของระบบแวดล้อมมากขึ้น

“ฉันต้องการที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การร่วมมือกันของทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพียงคนละเล็กน้อย สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ ผู้คนจะเริ่มตั้งคำถามว่า พวกเขาจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ฉันอยากจะแสดงให้ทุกคนได้เห็นจากสิ่งที่ฉันทำ ว่าพวกเขาจะมีส่วนร่วมในการทำให้โลกใต้น้ำดีขึ้นได้อย่างไร”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *